ตึกเอ็มไพร์สเตต (Empire State Tower)

 

ตึกเอ็มไพร์สเตต เป็นหนึ่งในอาคารระฟ้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา บริเวณจุดตัดของถนน Fifth Avenue และ West 34 Streetนับเป็นอาคารหลังแรกของโลกที่มีความสูงมากกว่า 100 ชั้น ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกัน วิลเลียมเฟรเดอริกแลมบ์ (William Frederick Lamb)

ก่อสร้างโดย บริษัท สตาร์เร็ตต์บราเธอร์แอนด์ เอเกน จำกัด (Starrett Brothers &Eken, Inc.) เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929)แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931) ตัวอาคารสร้างขึ้นจากคอนกรีตเสริมเหล็กคุณภาพสูง มีความสูงทั้งสิ้น 102 ชั้น มีหน้าต่างทั้งสิ้น 6,500 บาน ตึกสูงจากพื้นดิน 381 เมตร (1,250 ฟุต) ตกแต่งด้วยศิลปะแบบ อลังการศิลป์ (Art Deco)ที่นิยมในสมัยนั้น มีเนื้อที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 257,211 ตารางเมตร ทางบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างรับประกันความทนทานนานถึง 5,000 ปี

ชื่อตึกหลังนี้ได้มาจากชื่อเล่นของนครนิวยอร์ก คือ “เอ็มไพร์สเตต” ( และอีกชื่อของนิวยอร์ก คือ “บิ๊กแอ๊ปเปิ้ล”

หลังจากก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2474 (ค.ศ.1931) ตึกเอ็ม-ไพร์สเตตได้รับตำแหน่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกนานกว่า 40 ปี ด้วยความสูง 381 เมตร แต่ได้มีการต่อเติมเสาอากาศเพิ่มขึ้นไปอีกเป็น 448.7 เมตร ในปี 1954 จนกระทั่งตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์สร้างเสร็จในปี 1972 (พ.ศ. 2515) ได้ทำลายสถิติลงด้วยความสูง 417 เมตร (ไม่นับความสูงของเสาอากาศ)และนับจากเหตุการณ์การก่อวินาศกรรมเมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544) ปัจจุบันตึกเอ็ม-ไพร์สเตตได้กลับมาเป็นอาคารที่สูงที่สุดในนครนิวยอร์กอีกครั้ง โดยเป็นอาคารที่สูงเป็นอันดับที่ 20 ของโลก และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุด(รวมเสาอากาศ)อันดับที่ 16 ของโลกปัจจุบันสามารถเข้าเยี่ยมชมภายในอาคารได้

อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน เมื่อ เวลา 09.40 นาที ในวันเสาร์ที่ 11กันยายน พ.ศ. 2488 (ค.ศ.1945) เครื่องบินทิ้งระเบิด B – 25 Mitchell ที่มีผู้ขับคือ พันโท วิลเลียมแฟรงคลินสมิธ (William Franklin Smith)เกิดทัศนวิสัยขัดข้องเนื่องจากหมอกหนา จึงได้เกิดประสบอุบัติเหตุพุ่งเข้าชน

ตึก-เอ็มไพร์สเตต ตรงทิศเหนือของตัวอาคาร ระหว่างชั้นที่ 79 และ ชั้นที่ 80 ในส่วนนี้คือที่ทำการของ สำนักงานของคณะกรรมการสวัสดิการคาทอลิกแห่งชาติ ไฟได้โหมไหม้อย่างรวดเร็ว ทำให้ลิฟต์ในอาคารเสียหาย และไฟฟ้าในตัวอาคารดับนานถึง 40 นาที มีผู้เสียชีวิต 14 คนแม้ว่าจะเกิดความเสียหายกับตัวอาคาร แต่ไม่ได้มีผลกระทบต่อโครงสร้างที่แข็งแรงของอาคารเลยสักนิด

ตึก-เอ็มไพร์สเตตกลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมสมัยใหม่ เช่น จากภาพยนตร์ นวนิยาย ที่มักจะกล่าวถึงตึกเอ็ม-ไพร์สเตตเสมอๆ ตัวอย่าง เช่น ในภาพยนตร์”คิงคอง” ลิงกอริลล่าขนาดใหญ่ ได้ทำลายล้างเมืองนิวยอร์กและปีนขึ้นสู่ยอดอาคารเอ็มไพร์สเตต หรือ ในวรรณกรรมเยาวชนชุด “เพอร์ซี แจ็คสัน” ได้กล่าวถึงอาคารหลังนี้ว่าบนยอดตึก-เอ็มไพร์สเตตจะเป็นสถานที่ๆเชื่อมต่อกับทวยเทพบนพระราชวังโอลิมปัส

แหล่งที่มา cs.udru

เมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้ง ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้ง เมืองโบราณแห่งสยามประเทศ แหล่งรวบรวมสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ในประเทศไทยจัดแสดงไว้อย่างมีชีวิตชีวาบนพื้นที่กว่า 800 ไร่

ที่เมืองโบราณ ถือเป็นต้นเเบบเเนวคิดของการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ผ่านการสร้างระบบการจัดการอันมีคุณภาพ การจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม และการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง จนบรรลุเป้าหมายเเละกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้คนทุกเชื้อชาติ ทุกวัย ในทุกๆ ยุคสมัย

เมืองโบราณ ณ จังหวัดสมุทรปราการ ยังเป็นอีกหนึ่งแหล่งการเรียนรู้ผ่านการท่องเที่ยว ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาไปสู่แหล่งท่องเที่ยวเเบบยั่งยืนอันสมบูรณ์เเบบต่อไป

เรามีความตั้งใจในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้แห่งนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในเรื่องของสภาพสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ผ่านเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งที่มีความต้องการให้ทุกคนได้รู้ถึงคุณค่าและเข้าใจถึงความเป็นมาของสังคมไทย ในส่วนการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ก็ได้มีการคำนึงถึงการสร้างงาน การกระจายรายได้ และการมีส่วนร่วมของชุมชนอีกด้วย

นอกจากนี้ เรายังเห็นถึงความสำคัญของการจัดการสภาพแวดล้อม ให้ใกล้เคียงกับสภาพของบ้านเมืองในอดีต ที่มีผืนป่าไม้อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธิ์ไร้มลพิษ ซึ่งอันที่จริงเเล้วนั้น พื้นที่รอบเมืองโบราณในปัจจุบันนั้นถูกรายล้อมไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรม เป็นเขตชุมชนที่มีการจราจรคับคั่ง ส่งผลให้เกิดสภาวะมลพิษ เช่นเดียวกับเมืองอุตสาหกรรมอื่นทั่วประเทศไทย ที่สภาวะดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้แหล่งท่องเที่ยวบริเวณนั้นมีความล่าช้าในส่วนของการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน เเต่ทางเราก็ได้พยายามอนุรักษณ์พื้นที่เมืองโบราณอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ผู้เข้าเยี่ยมชม ได้เห็นถึงความดีงามอันควรที่จะเป็นในอดีต

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการพัฒนาแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ คือ “ความมีคุณค่า” และคุณค่าของเมืองโบราณมิได้อยู่ที่การเป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเพื่อพักผ่อนสนุกสนานแล้วก็กลับไปโดยไม่ได้อะไร แต่คุณค่าในสถานที่แห่งนี้นั้นจะบรรลุเป้าหมาย เมื่อผู้มาเยือนสามารถเข้าใจในสิ่งที่ผู้ก่อตั้งต้องการที่จะถ่ายทอด มองเห็นถึงความสำคัญ และช่วยกันสนับสนุนให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างยั่งยืนสืบต่อไป

แหล่งที่มา travel.kapook

ซาฮาร่าแห่ง เวียดนามใต้ ‘ ทะเลทรายมุยเน่ ‘

มุยเน่ เมืองตากอากาศริมทะเลสุดฮิตในเวียดนามใต้ โดยสภาพอากาศส่วนจะมีอุณหถูมิอยู่ที่ประมาณ 25-33 องศา และเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของแหล่งท่องเที่ยวที่มุยเน่กันมาบ้างแล้ว แต่ที่ฮิตกันสุดๆ ที่ต้องไปกันให้ได้เลย ก็คือ ทะเลทรายมุยเน่ ถือว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยก็ว่าได้

มุยเน่ เป็นเมืองตากอากาศชายทะเลอยู่ในจังหวัดบิ่ญถ่วน ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้ๆกับฟานเทียต ซึ่งเป็นเมืองหลักของจังหวัด การท่องเที่ยวของเวียดนามได้เปลี่ยนมุยเน่ ให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการตากอากาศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538

หลังจากที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาที่นี่เพื่อชมสุริยุปราคา ในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2538 มุยเน่มีสถานพักตากอากาศ ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม และบาร์จำนวนมากริมชายหาด และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ร้านอาหารและบ้านพักตากอากาศหลายแห่งมีเจ้าของเป็นชาวรัสเซีย

ชายหาดของมุยเน่ เป็นหาดเขตร้อนแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์เวียดนามกัน ลมทะเลที่พัดแรงทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมมากในการเล่นไคต์เซิร์ฟ (ว่าวโต้คลื่น) และวินด์เซิร์ฟ ฤดูท่องเที่ยวเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม

อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส สภาพภูมิอากาศร้อนและแห้งเกือบตลอดทั้งปี และในส่วนของ ท่าเรือมุยเน่ ก็จะมีบริเวณจุดชมวิว ทุกท่านจะได้พบกับเรือกระด้งหรือเรือประมงของชาวเวียดนามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะนับร้อยๆลำสุดลูกหูลูกตาให้ท่านได้ถ่ายถาพที่สวยงาม

และด้วยความที่เมืองมุยเน่มีภูมิประเทศที่โดดเด่น เพราะตั้งอยู่ริมฝั่งทะเล เราจึงได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติเกิดขึ้นในเมืองแห่งนี้มากมาย ซึ่งที่กำลังโด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งมีเฉดสีที่แตกต่างกันมากถึง 18 สี โดยทะเลทรายที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ “เนินทรายสีแดง” และ “เนินทรายสีขาว”…

Dalat เมืองหนาวสไตล์ฝรั่งเศส

เมืองดาลัท Dalat เป็นเมืองที่อยู่ทาง เวียดนามใต้ กลายเป็นเมืองที่มีสถานท่องเที่ยวต้นๆของเอเชียในขณะนี้ ในอดีตเคยเป็นเมืองตากอากาศของฝรั่งเศส เพราะมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ย 14-25 องศาเซลเซียส เนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่สูงจากระดับทะเล ราว 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล จึงทำให้มีอากาศหนาวเย็นสบายตลอดทั้งปี

ฝรั่งเศสจึงชื่นชอบอากาศจึงมาสร้างบ้านเรือนสำหรับพักตากอากาศ ปัจจุบันก็ยังคงเห็นบ้านในแบบสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสหลงเหลืออยู่ การเดินทางมาเมืองดาลัทนั้นให้เริ่มจากโฮจิมินห์ แล้วนั่งรถมาใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตรจากโฮจิมินห์ หรือ หากมีเวลาน้อยก็มีเครื่องบินภายในประเทศจากโฮจิมินห์ – ดาลัท ทุกวันคะ วันละ 1-2 เที่ยวบิน จากการที่ได้มาเที่ยวชมเมืองดาลัท นับว่าเป็นเมืองที่น่ารักทั้งในด้านสถาปัตยกรรม และ สภาพธรรมชาติ เป็นเมืองในหุบเขาหากมีโอกาสมาเที่ยวที่ดาลัทควรมีเวลาอย่างน้อยสัก 2 คืนกำลังดี

แหล่งท่องเที่ยวในเมืองดาลัท เช่น
– สวนดอกไม้ Flower Park
– นั่งกระเช้าไฟฟ้า ชม เมืองดาลัท
– วัดตั๊กลัม
– ทะเลสาบเตวียนลัม
– โบสถ์โมนัยเนเดอ มารี
– หุบเขาแห่งความรัก
– นั่งรถรูท ชมน้ำตกดาตันลา Datanla Falls
– ตลาดเช้าเมืองดาลัท
– สถานีรถไฟเมืองดาลัท
– พระราชวังฤดูร้อนจักรพรรดิบ๋าวได๋
– บ้านตุ๊กตา Crazy House

“Hinoki Land” ยกญี่ปุ่นมาไว้ที่เชียงใหม่

เชื่อเลยว่าใครที่ได้เห็นภาพ ฮิโนกิแลนด์ Hinoki Land เป็นครั้งแรกต้องมีความรู้สึกว่าตรงนี้ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่นแน่นอนด้วย สถาปัตยกรรมสไตล์ประเทศญี่ปุ่น ที่มีให้มองเห็นอยู่ทั่วรอบๆ ฮิโนกิแลนด์ (Hinoki Land) ซึ่งจะต้องพูดว่าเสมือนของแท้ที่ญี่ปุ่นมาก

แต่ว่าที่จริงแล้วตรงนี้ตั้งอยู่ในประเทศไทย ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ทางภาคเหนือของไทยพวกเรานี่เอง! Hinoki Land เป็นสถานที่เที่ยวที่ใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่อำเภอไชยปราการ

มีการจำลองเสาในศาลเจ้าสไตล์ญี่ปุ่นมาเป็นมุมถ่ายรูปให้แก่นักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งตัวอาคารและพื้นที่โดยรอบล้วนตกแต่งด้วยศิลปะแบบญี่ปุ่นทั้งสิ้น

บริเวณโดยรอบ ฮิโนกิแลนด์ (Hinoki Land) ยังถูกโอบล้อมไว้ด้วยภูเขาน้อยใหญ่และป่าไม้ที่สร้างความชุ่มชื่นให้แก่พื้นที่แห่งนี้ เรียกได้ว่าบรรยากาศดีสุดๆ เลยทีเดียว

ไปแต่งชุดกิมิโน เดินเล่นถ่ายรูปกันที่ ฮิโนกิแลนด์ (Hinoki Land) กันครับ รับรองว่าคุณจะได้รูปภพาพสวยๆ มาเก็บไว้ในความทรงจำแน่นอน เที่ยวเชียงใหม่แนวใหม่ไม่ได้มีแค่ธรรมชาติที่สวยงามจริงๆ…

กาดกองต้า ถนนคนเดิน จังหวัดลำปาง

กาดกองต้า ตลาดโบราณ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองลำปาง ชื่อเรียกนี้มาจากภาษาคำเมือง “กาด” หมายถึง “ตลาด” “กองต้า” หมายถึง “ตรอกท่าน้ำ” รวมกันจึงเป็น “ตลาดบริเวณตรอกท่าน้ำ” เนื่องมาจากว่าเป็นย่านตลาดเก่าตั้งอยู่ขนานกับลำน้ำวัง ในสมัยรุงรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชกาลที่ 5

หรือ ตลาดจีน ถือเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ และเป็นย่านเศรษฐกิจที่คึกคักคับคั่งไปด้วยพ่อค้าจากหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน พม่า และฝรั่ง จึงเกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรม ที่เห็นเป็นรูปธรรมเด่นชัดก็คือ “สถาปัตยกรรมนานาชาติ” มีทั้งเรือนไทยภาคกลาง เรือนล้านนา เรือพม่า และที่โดดเด่นสุด คือ เรือนแบบจีน และเรือนขนมปังขิงแบบฝรั่งตะวันตก ส่งผลให้เกิดความคลาสสิก โบราณในรูปลักษณ์ ดึงดูดสายตาวัยรุ่นวัยแนวอย่างเรามาจนถึงวันนี้

สถานแห่งมรดก กาดกองต้า ในปัจจุบันกลายเป็น “ชุมชนย่านตลาดเก่า” แหล่งอาศัยของคนท้องถิ่น ถ้าได้สัมผัสแล้วจะอินกับวิถีที่เรียบง่าย แวะมาวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ สัมผัสกลิ่นอายกรุงเก่ากันให้เต็มตา อยากคึกคัก ซื้อของฝาก หาของกิน ให้ซิ่งมาเสาร์-อาทิตย์ “ถนนคนเดิน” ฮิตๆ ของลำปาง
ถนนสายเศรษฐกิจคู่เมืองลำปาง ย่านตลาดเก่าแก่ริมแม่น้ำวังอายุมากกว่า 100 ปี ในซอยตลาดจีน เดิมเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและการขนส่งสินค้าของภาคเหนือ ซึ่งค่อย ๆ ถูกลดบทบาทลงหลังยุคอารยธรรมรถไฟที่เจริญขึ้น นอกจากความเก่าแก่ของตลาดแห่งนี้แล้ว

ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ถ่ายทอดผ่านทางสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือนโบราณ ทั้งแบบไทย ล้านนา พม่า จีน และฝรั่งเศส ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกันได้อย่างกลมกลืน และถือเป็นเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่ ในปัจจุบันกาดกองต้ากลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้าท้องถิ่นพื้นเมือง อาหารพื้นบ้าน และของที่ระลึก ซึ่งเปิดทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 17.00 – 22.00 น.

 

แหล่งที่มา    travel.mthai

ล่องแพแม่วาง ดับร้อน

ล่องแพแม่วาง สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอแม่วาง ที่ตั้ง บ้าน สบวิน หมู่ ที่ 9 ตำบล แม่วิน อำเภอ แม่วาง เชียงใหม่ 50360
มีผู้คนจากทั่วสารทิศมาผ่อนคลายที่นี่ ทำให้บรรยากาศครึกครัก และได้เล่นน้ำเย็นๆ ในหน้าร้อนแบบนี้ ที่สำคัญหากคุณต้องการที่จะมาสัมผัส กับไฮไลท์อันขึ้นชื่อของแม่วาง
ก็สามารถติดต่อตามร้านที่เรานั่งเพื่อไปล่องแพได้
การอาบน้ำหรือการแช่น้ำจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย
และยิ่งในเวลาที่เราร้อนๆกับอากาศประเทศไทยบ้านเราซึ่งไม่ต้องบรรยายก็สามารถรับรู้ได้ว่าร้อนนาดไหน หลายคนชอบเที่ยวเขื่อน เที่ยวทะเล เที่ยวน้ำตก หรือบางคนอาจจะไปว่ายน้ำ ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล

ที่อำเภอแม่วางมีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตเลยก็คือ ปางช้างแม่วาง ซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจ
อีกทั้งยังสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ที่นี้มีกิจกรรมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวหลากหลายเช่น ขี่ช้าง ล่องแพ เล่นน้ำเย็นสบาย เอาเท้าแช่น้ำเย็นๆ ปล่อยแพและใจไปตามกระแสน้ำ แค่คิดก็ฟินแล้ว

บริเวณแม่น้ำแม่วางจะมีร้านอาหารหลากหลายร้านให้เราเลือก ท่านใดชอบทำเลแบบไหนสามารถเลือกได้ตามใจชอบ

 

แหล่งที่มา    topchiangmai

” ลอนดอนอาย ” London Eye

 

ลอนดอนอาย ” หรือยังรู้จักในชื่อ มิลเลเนียมวีล  Millennium Wheel เป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูง 135 เมตร (443 ฟุต) และกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างมากในสหราชอาณาจักร มีผู้มาเยือนมากกว่า 3 ล้านคนต่อปี ส่วนบัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 15 ปอนด์ต่อคน ซึ่งในอดีตเคยเป็นชิงช้าสวรรค์ก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลก ก่อนจะถูกชิงตำแหน่งไปจากชิงช้าสวรรค์ เดอะ สตาร์ ออฟ นานชาง ในประเทศจีน (160 เมตร) ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2006 ต่อมาภายหลังตำแหน่งตกเป็นของ สิงคโปร์ฟลายเออร์ ในประเทศสิงคโปร์ (165 เมตร) ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 อย่างไรก็ตาม ลอนดอน อาย ก็ยังคงได้รับตำแหน่งจากการให้บริการว่า “ชิงช้าสวรรค์ที่ก่อสร้างด้วยโครงเหล็กค้ำข้างเดียวที่สูงที่สุดในโลก” เพราะการโครงสร้างทั้งหมดใช้โครงค้ำเหล็กรูปตัว A ในการให้บริการโดยใช้โครงค้ำเพียงแค่ด้านเดียวเท่านั้นไม่เหมือนชิงช้าสวรรค์อื่นๆ ทั่วไป ที่มีโครงค้ำสองข้าง

ลอนดอน อาย ตั้งอยู่ ณ ที่ฝั่งสุดด้านตะวันตกของสวนจูบิลี่ บนริมฝั่งทางใต้ของแม่น้ำเทมส์ ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ระหว่างสะพานเวสต์มินสเตอร์กับสะพานฮันเกอร์ฟอร์ด โดยสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของโดมแห่งการค้นพบ ที่เคยสร้างขึ้นเพื่อใช้ในงานนิทรรศการเฟสติวัล ออฟ บริเตน ในปี ค.ศ. 1951

แหล่งที่มา th.wikipedia

แกรนด์ แคนยอน (Grand Canyon)

 

แกรนด์แคนยอน เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Yellow Stone ในมลรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกจัดอันดับว่าต้องไปเยือนซักครั้งให้ได้ก่อนตาย

แกรนด์ แคนยอนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีลักษณะเป็นหุบเหวลึก ซึ่งหน้าผามีขนาดความสูง 1,600 เมตร หุบเหวยาวประมาณ 450 กิโลเมตร เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่มีอายุเก่าแก่มาก จากการ

ศึกษาของ University of Colorado Boulder and the California Institute of Technology พบว่า แกรนด์ แคนยอนมีอายุประมาณ 70 ล้านปีมาแล้ว แต่ปรากฏการณ์การกัดเซาะของแม่น้ำโคโรลาโด ที่ทำให้เกิดหุบเขาหินที่สวยงามนั้นเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เพิ่งจะเกิดทีหลัง ในช่วง 5-6 ล้านปีที่ผ่านมานี้เอง
ทัศนียภาพที่แปลกตา เป็นหุบเขาลึกสวยงามของแกรนด์ แคนยอนนั้น เกิดขึ้นจากอิทธิพลของแม่น้ำโคโลราโด โดยแต่เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นบริเวณที่ราบสูงขนาดใหญ่ที่มีแม่น้ำโคโลราโดไหลผ่าน สภาพแม่น้ำมีลักษณะเป็นลำธารขนาดเล็กที่คดเคี้ยวไปมา ต่อมาแผ่นเปลือกโลกเกิดการยกตัวสูงขึ้น ทำให้ที่ราบสูงแห่งนี้เกิดการยกตัวกลายเป็นแนวเทือกเขาขนาดกว้างใหญ่ การยกตัวนี้ส่งผลให้แม่น้ำโคโลราโดเกิดการไหลที่เร็วและแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากแม่น้ำมีการไหลผ่านพื้นที่ลาดชันจากการยกตัวของแผ่นเปลือกโลก การไหลของน้ำจึงแรงขึ้น เมื่อประกอบกับลักษณะของดินที่ถูกแสงแดดแผดเผาจนกลายเป็นดินที่แข็งและไม่สามารถดูดซับน้ำได้เมื่อฝนตก น้ำปริมาณมากและมีกำลังแรงจึงกัดเซาะหินและดินไปทีละน้อย นอกจากนี้ยังมีการกระทำของลมที่เพิ่มการกัดกร่อนหินและดินต่อเนื่องกันมานานหลายล้านปี ทำให้กลายเป็นบริเวณร่องหุบเขาลึกของแกรนด์ แคนยอนอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

แหล่งที่มา trueplookpanya

คาเฟ่โรงบ่ม เก๊าไม้ล้านนา เชียงใหม่

คาเฟ่โรงบ่ม เก๊าไม้ล้านนา ตั้งอยู่ใน อ.สันป่าตอง เชียงใหม่ เป็นคาเฟ่บรรยากาศร่มรื่น มีจุดถ่ายภาพมากมาย
โดยเฉพาะอาคารที่พักซึ่งดัดแปลงจากโรงบ่มใบยาสูบมีไม้เลื้อยปกคลุมทั้งหลัง ตั้งเรียงรายท่ามกลางสนามหญ้า โอบล้อมด้วยสวนสวยเขียวชอุ่ม จนกลายเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่นิยมมาโพสต์ท่าถ่ายรูปชิคๆ บอกเลยว่ามาถึงเชียงใหม่แล้วไม่ควรพลาดต้องแวะมาเช็คอินกันสักหน่อย

ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปเพียง 20 กิโลเมตร บนถนนสายเชียงใหม่-ฮอด เส้นทางเดียวกับการเดินทางไปอำเภอจอมทอง
สำหรับใครที่จะเดินทางไปเที่ยวดอยอินทนนท์ก็แวะมาเที่ยวที่นี่ก่อนได้ เพราะเป็นเส้นทางผ่าน เมื่อมาถึงด้านหน้าทางเข้ารีสอร์ท บอกร ป ภ ว่าไปร้านกาแฟจากนั้นจะได้รับบัตรผ่าน โดยนำบัตรดังกล่าวไปประทับตราได้ที่ร้านกาแฟหรือร้านอาหารเพื่อใช้ยื่นตอนออก
จากนั้นขับรถเข้ามายังพื้นที่จอดรถ บริเวณทางเข้าจะผ่านโรงบ่มยาสูบดั้งเดิม ซึ่งเป็นอาคารอิฐตั้งอยู่ตลอดสองข้างทาง

พื้นที่ในส่วนของคาเฟ่โรงบ่ม ท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ ตัวร้านมีสองชั้นดีไซน์ทันสมัยโดยยังคงเค้าโครงโรงบ่มดั้งเดิมไว้ ภายในร้านค่อนข้างสูงโปร่งเป็นแบบโอเพ่นแอร์ เน้นรับลมจากธรรมชาติ

ติดกระจกใสทั้งสองด้านเพื่อที่จะได้ชมวิวได้แบบเต็มที่ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ในโทนอบอุ่น ให้ความรู้สึกคลาสิค โดยคาเฟ่เน้นขายเครื่องดื่ม เค้ก และเบอเกอรี่ต่างๆ

ถัดจากคาเฟ่โรงบ่ม คือ ส่วนของอาคารห้องพักที่ดัดแปลงมาจากโรงบ่มเดิม เพิ่มความเก๋ด้วยไม้เลื้อยที่ปกคลุมทั้งตัวอาคาร ด้านหน้ามีโรงไม้เก่า ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพสุดชิค ได้อีกมุมหนึ่ง
อาคารไม้เลื้อยซึ่งมีเก้าอี้เหล็กดัดตั้งอยู่ด้านหน้า ช่วยเพื่อสีสันให้มีกิมมิคมากขึ้น

 

แหล่งที่มา   paiduaykan