ทรายดำ หาดนางทอง เขาหลักจังหวัดพังงา

” ชายหาดสีดำ ” สถานที่แบบนี้มั่นใจว่าหลายๆคนบางครั้งก็อาจจะเคยได้เห็นจากต่างประเทศกันมาบ้างแล้ว แต่ว่าวันนี้เราจะพาทุกคนไปดูชายหาดสีดำที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกันบ้าง โดยพวกเราจะมุ่งตรงไปตามหาดทรายดำกันที่ เขาหลัก จังหวัดพังงา กับหาดทรายที่มีชื่อว่าหาดนางทอง

ชายหาดสีดำ

หาดนางทองนี้กล่าวได้ว่าได้รับความนิยมมากมายก่ายกองจากทั้งคนประเทศไทยรวมทั้งคนต่างชาติ เพราะว่ามีไฮไลท์สำคัญคือหาดทรายที่มีสำดสนิท ซึ่งสาเหตุที่หาดทรายบริเวณนี้เป็นสีดำก็เป็นเนื่องจากว่าการสั่งสมของแร่ดีบุกมาตั้งแต่ครั้งอดีต ซึ่งที่จังหวัดพังงาเองก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมการทำแร่ดีบุกมากที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้

ดังนั้นจึงส่งผลให้เกิดเป็นอันซีนจังหวัดพังงา หาดทรายสีดำแห่งงนี้ขึ้นมา
กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต้องห้ามพลาดถ้าหากคุณได้ได้มีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดพังงา นำเสนอว่าให้ลองมาที่นี่กันในข่วงเย็นๆแดดร่มลมตก ที่นี่จะสวยมากๆดวงอาทิตย์ค่อยๆลดระดับความเข้มของแสงลง จนกระทั่งกลายเป็นแสงสีทองที่สาดลงมายังหาดทรายสีนี้ เป็นภาพความสวยงามที่สะกดทุกสายตาจริงๆหาดทรายสีดำระยิบระยับถูกฉาบไปด้วยแสงตะวันสีทอง ไม่ว่าจะถ่ายรูปออกมามุมไหนก็มองงดงามไปเสียหมด

นอกจากนี้บริเวณหน้าหาดทรายนางทองยังสามารถมองไปเห็นประภาคารสัญลักษณ์ของเขาหลักได้อย่างงดงามอีกด้วย…

เที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน

กิ่วแม่ปาน อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตรง กม.ที่ 42 ของถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ ใกล้กับพระมหาธาตุ นภเมทนีดลและ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

เป็นเส้นทางเดิน ศึกษาธรรมชาติระยะสั้น เป็นวงรอบระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ที่ระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตร จาก ระดับน้ำทะเลถือ เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและ ทะเลหมอกที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง ของดอยอินททนท์

เส้นทางช่วงแรกผ่านเข้าไปในป่าดิบเขาซึ่งมี บรรยากาศร่มครึ้ม มีแสงแดดส่องลงมาเพียงรำไรตามพื้นป่าเต็มไปด้วย เฟินหลากหลายชนิด

มีมอสสีเขียวขึ้นคลุมตามโคนต้นไม้และบริเวณริมห้วยที่ชุมชื้น ทางจะเดินขึ้นเขาจนทะลุออก ยังทุ่งหญ้าโล่งกว้าง ของ สันกิ่วแม่ปานซึ่งมีแสง แดดจ้าและสายลมแรงมาถึงจุดชมวิวสูงสุด

ถัดจากจุดชมวิวไปจะเป็นทางเดิน เลียบไปตามสันเขาเลียบหน้าผา มีความกว้างประมาณ 1 เมตร ซึ่งจะสามารถเดินได้เพียงคนเดียว จึงเป็นที่มาของชื่อ “กิ่วแม่ปาน” ระหว่างทางจะมีต้นไม้ น้อยใหญ่ ให้ชมอย่างเพลิดเพลิน

พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ จังหวัดเชียงใหม่

พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รวบรวม งานศิลปะและประติมากรรม องค์พระพิฆเนศ ไว้ร่วม 2000 ชิ้น จัดแสดงให้ผู้ที่สนใจที่จะเรียนรู้ เทวะลักษณะ ศิลปะ ประวัติ และความเชื่อ ทางเทวะตำนาน ขององค์พระพิฆเนศ ได้เข้ามาเรียนรู้และทำความเข้าใจ ทั้งยังจัดแสดง เทวรูป ของเทพประจำศาสนาฮินดู พร้อมทั้งประวัติ และตำนาน อีกมากมาย แลกเปลี่ยนความรู้ ทัศนคติ การบูชา ในแบบที่พิพิธภัณฑ์ได้ศึกษามา และยังมีกิจกรรมสาธิตการประกอบพิธีบูชาองค์พระพิฆเนศ สำหรับผู้ที่สนใจ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 09.00 น.

ประเภทพิพิธภัณฑ์
วิถีชิวิต, วัฒนธรรม, ประเพณี, ภูมิปัญญา และ ศาสนา
วัตถุจัดแสดงที่มีความสำคัญ / สิ่งที่น่าสนใจ
-ประติมากรรม เทวรูปพระพิฆเนศ ร่วม 2000 ชิ้นงาน จากสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก
-ประติมากรรมเทวรูปเทพ ศาสนาฮินดู จากสถานที่ต่างๆ
-อาคารจัดแสดงชุด พิธีแต่งงานองค์พระพิฆเนศ เทวรูปจำลองสูงเท่าคนจริง จำนวน 21 องค์
-อาคารจัดแสดงชุดครอบครัวองค์พระพิฆเนศ
-มุมแต่งชุดอินเดีย สำหรับถ่ายรูป
-มุมของที่ระลึก

เที่ยวทะเลพม่า เกาะสวรรค์ของใครหลายๆคน

ที่เที่ยว ทะเลพม่า ฟินๆไปกับโลกใต้ท้องทะเลที่สวยงามและสมบูรณ์ ช่วงนี้อุณหภูมิความฮอตของทะเลพม่า เรียกได้ว่าร้อนแรงไม่แพ้ทะเลที่ไหน ๆ ความสวยงามของหาดทราย น้ำทะเล และโลกใต้น้ำที่สมบูรณ์ กลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาที่นี่ไม่ขาดสาย แถมทุกคนยังต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันอีกว่า “สวยมาก ๆ”

เกาะตาฟุ๊ก หรือ Dunkin Island อีกหนึ่งเกาะสวยของทะเลพม่าที่ต้องไปเยือน บรรยากาศทะเลที่นี่บอกเลยว่าสวยเกินคำบรรยาย สังเกตจากเม็ดทรายที่ขาวที่ละเอียดถึงละเอียดมาก เงียบสงบ และค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัว ตัวเกาะล้อมรอบด้วยป่าธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำทะเลบริเวณเกาะตาฟุ๊กได้ตลอดเวลา จะดำน้ำ ถ่ายรูป นั่งอ่านหนังสือ หรือนอนเล่น ก็สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศของทะเลตาฟุ๊กได้ตลอดทั้งวันไม่มีเบื่อ

เกาะหัวใจมรกต หรือ เกาะค๊อกคอม Cocks Comb เกาะที่เพิ่งจะเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไม่นาน มีลักษณะเป็นเกาะหินปูน มีช่องว่างตรงกลางเกาะคล้ายกับรูปหัวใจ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนบริเวณด้านล่างเต็มไปด้วยเหล่าปะการังและปลาหลากหลายสายพันธุ์ ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะน้ำนั้นใสมากๆ นักท่องเที่ยวที่จะมาดำน้ำที่นี่ อาจต้องเพิ่มความระมัดระวังอยู่เสียหน่อย เพราะจะต้องลอดปากถ้ำเข้าไป ทั้งนี้ต้องดูระดับน้ำ สภาพคลื่นลมต่าง ๆ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะน้ำที่นี่ค่อนข้างเชี่ยว แต่ถ้าได้ลองเข้าไปข้างในแล้ว รับรองว่าคุ้มค่าความประทับใจแน่นอน

เกาะตั้งเคียงคู่ขนานกับเกาะหัวใจมรกต เป็นอีกหนึ่งเกาะเปิดใหม่ที่เป็นเหมือนสวรรค์สำหรับคนที่ชอบและรักการเที่ยวทะเล เป็นเกาะที่มีดอกไม้ทะเลมากที่สุดและสวยที่สุด หาดทรายนุ่ม น้ำทะเลสีฟ้าใสแจ๋ว แถมยังมีความสงบ และมีความเป็นส่วนตัวอยู่สูง คล้าย ๆ กับเป็นเกาะส่วนตัว เพราะมีที่พักให้บริการอยู่เพียงแค่ที่เดียวเท่านั้น ปะการังสวยและสมบูรณ์ ว่ากันว่าเป็นอีกหนึ่งเกาะที่สวยทั้งบนบกและใต้น้ำจริง ๆ…

ปางช้างเชียงดาว สถานที่ท่องเที่ยวเฉิงธรรมชาติ

ปางช้าง หรือศูนย์ฝึกช้างเชียงดาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของอำเภอเชียงดาวที่คู่ควรแก่การไปชม ศูนย์ฝึกช้างเชียงดาวแห่งนี้มีลักษณะพิเศษคืออยู่แวดล้อมกลางธรรมชาติภูเขารายล้อม มีแม่น้ำปิงไหลผ่านกลางปางช้าง

กล่าวกันว่าที่นี่เป็นศูนย์ช้างที่มีความสวยงามที่สุดของภาคเหนือ นักท่องเที่ยวที่จะมาชมช้างที่นี่จะต้องจอดรถแล้วเดินข้ามสะพานแขวนข้ามแม่น้ำแม่ปิงมาอีกฝั่ง โดยสะพานแห่งนี้ถือว่าเป็นจุดไฮไลต์แรกก้อว่าได้ สร้างความตื่นเต้นเล็กๆให้กับนักท่องเที่ยว จำนวนช้างที่ศูนย์ฝึกช้างเชียงดาวมีจำนวนไม่มากนะครับถ้าเทียบกับปางช้างที่อื่น โดยนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวที่นี่ควรมาช่วงเช้า เนื่องจากตอนบ่ายที่นี่จะไม่มีกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น

ปางช้างเชียงดาวเป็นปางช้างที่สวยที่สุดในภาคเหนือ เพราะตั้งอยู่ขนานกับแม่น้ำปิง ดังนั้นจึงเป็นที่นิยมทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ที่ปางช้างเชียงดาวแห่งนี้เราสามารถไปชมการแสดงช้างได้ เช่น ช้างวาดรูป ช้างใส่หมวก ช้างลากซุง ดูควาญช้างอาบน้ำช้าง ฯลฯ

หากใครอยากขี่ช้างลุยแม่น้ำปิงเพื่อชมทัศนียภาพอันสวยงามโดยรอบก็ทำได้ หรือใครอยากล่องแพในแม่น้ำปิงก็สามารถทำได้เช่นกัน ส่วนถ้าอยากนั่งทานอาหารริมน้ำก็มีร้านอาหารและร้านค้าให้บริการด้วย เอ็กซ์พีเดียแนะนำให้เพื่อนๆ ไปกันแต่เช้า เนื่องจากโชว์การแสดงช้างมีแค่วันละ 1 รอบซึ่งเริ่มต้นเวลา 10.00 เท่านั้น

สถานที่ท่องเที่ยว ในบาหลี กับจุดเช็คอินชิคๆ ที่ไม่ควรพลาด

บาหลี เป็นเมืองที่รายล้อมด้วยสีสันและความหฤหรรษ์ที่ทำให้เราประหลาดใจได้โดยไม่รู้จบ ที่ที่สามารถเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวได้หลากหลายรูปแบบทั่วทั้งเกาะ ดำน้ำ เดินป่าชมธรรมชาติ ดูภูเขาไฟที่พร้อมปะทุทุกเมื่อ ไปจนถึงเดินป่าที่อุทยานแห่งชาติที่อยู่ฝั่งตะวันตกของเกาะ ไม่ว่าจะวางแผนมีแพลนไปเที่ยวส่วนไหนของบาหลีก็ตาม เราจะถูกโอบล้อมด้วยผู้คน และ วัฒนธรรม บ้านเมืองอันแสนสวยงาม ขึ้นชื่อว่าเป็นสรวงสวรรค์ที่เป็นที่รักและมีเสน่ห์มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

Tagalalang Rice Terrace นาขั้นบันได

บาหลี

ที่สุดของบาหลีที่เราขอยกให้คือนาข้าวขั้นบันไดแห่งนี้ พอได้เห็นนาข้าวสีเขียวตัดกับท้องฟ้าที่แสนสดใส มันทำให้ใจกระชุ่มกระชวย ตื่นตาตื่นใจกับธรรมชาติที่ได้เห็นอยู่ข้างหน้า

Tanalot วัดทานาล็อต

อีกหนึ่งวัดในบาหลีที่ได้รับการโปรโมทหนักมาก จนกลายเป็นวันแลนด์มาร์คประจำเกาะบาหลี วัด Tanalot ตั้งอยู่กลางทะเล คุณจะต้องเดินลงไปนิดหน่อย ผ่านหิน ผ่านน้ำทะเลที่กัดเซาะชายฝั่ง บรรยากาศดีมากในวันที่ไม่ร้อน เสียงคลื่นที่กระทบกับชายฝั่ง ลมแรงๆ สบายสุดๆ

Lempuyang Temple

บาหลี

เป็นที่เที่ยวบาหลีที่ได้รับกระแสจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากวัดแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องวิวที่มีความสวยงาม โดยมีฉากหลังเป็นวิวภูเขาไฟอากุงสุดอลังการ ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนวัดแห่งนี้ไม่พลาดที่จะมาโพสท่าถ่ายรูปกันที่ซุ้มประตูของวัด เพราะนอกจากสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างโดดเด่นแล้ว บรรยากาศโดยรอบยังรายล้อมไปด้วยทุ่งนา ภูเขา และแม่น้ำลำธารอย่างสมบูรณ์

Tibumana Waterfall

เป็นน้ำตกขึ้นชื่อที่ได้รับความนิยมในบรรดาหมู่นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากความสวยงามของน้ำตกที่ไหลลงมาจากที่สูงกระทบลงสู่โขดหินอย่างตระการตา ที่ไม่ว่าคุณจะยืนถ่ายรูปมุมไหนก็สวยอย่างแน่นอน โดยทางเราก็ขอแนะนำให้เดินทางมากันแต่เช้าตรู่ เพื่อให้คุณสามารถโพสท่าถ่ายรูปกันได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญคุณยังสามารถลงเล่นน้ำได้อย่างเพลิดเพลิน โดยบริเวณภายในจะมีห้องน้ำไว้สำหรับเปลี่ยนชุดและสำหรับทำธุระส่วนตัวได้อย่างสะดวกสบาย

Cabina Bali

บาหลี

มาต่อกันที่เที่ยวบาหลีอย่าง Cabina Bali ซึ่งเป็นคาเฟ่สุดเก๋ที่มีสระว่ายน้ำอยู่ภายในและเป็นจุดเช็คอินที่นักท่องเที่ยวสายโซเชียลไม่ควรพลาดเป็นอย่างมาก เพราะที่นี่มีให้บริการ floating breakfast หรืออาหารเช้าลอยน้ำที่ถูกจัดวางอย่างสวยงาม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาถ่ายรูปอัพลงไอจีเพื่อเรียกยอดไลค์กันรัวๆ เพราะอาหารเช้านี้ถือเป็นจุดเด่นอีกอย่างของบาหลีที่ใครก็ไม่ควรพลาดเป็นอย่างมาก และที่สำคัญใครที่มีแพลนจะเดินทางมาที่เที่ยวบาหลีแห่งนี้ก็อย่าลืมเตรียมชุดว่ายน้ำตัวเก่งมาให้ดี รับรองว่ารูปที่ถ่ายออกมาปังอย่างแน่นอน

เกาะไดโนเสาร์ Nusa penida

อย่าง เกาะไดโนเสาร์ เป็นหนึ่งในพิกัดที่เที่ยวบาหลีที่ผู้คนแวะเวียนมาปักหมุดเช็คอินกันตลอดทั้งวัน เนื่องจากความสวยงามของทัศนียภาพและวิวทิวทัศน์บริเวณโดยรอบที่ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์แบบ จนได้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ไม่ควรพลาดแก่การมาถ่ายรูปของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวสายโซเชียลเป็นอย่างมาก เพราะหากใครมาถึงบาหลีแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปที่จุดนี้ ก็เหมือนมาไม่ถึงบาหลีนั่นเอง อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินเล่นที่บริเวณด้านล่างของชายหาดได้อย่างเพลิดเพลินอีกเช่นกัน…

LOFOTEN ISLANDS โลโฟเทน ดินแดนแห่งเทพนิยาย

 

“โลโฟเทน” หมู่เกาะทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ดินแดนในเขต ขั้วโลกเหนือที่มีแลนด์สเคปงดงามตระการตา จุดหมายปลายทาง ในฝันของนักล่าแสงเหนือและนักถ่ายภาพทั่วโลก
หมู่เกาะโลโฟเทน ตั้งอยู่เขตมณฑล NORDLAND ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของนอร์เวย์ ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยมากมายหลายเกาะ โดยมีเกาะ ใหญ่หลัก ๆ ได้แก่ AUSTVAGOYA, GIMSOYA, VESTVAGOYA, FLAKSTADOYA และ MOSKENESOYA เชื่อมต่อกันด้วยถนนสาย E10 ภูมิประเทศเป็น ภูเขา หินแกรนิตสูงตระหง่านสลับเรียงรายริมทะเล มีผืนน้ำสีฟ้าคราม แซมด้วยบ้านชาวประมง (Rorbuer) สีแดง การเต้นระบำของแสงเหนือ บนท้องฟ้าในหน้าหนาว คือส่วนหนึ่งของมหัศจรรย์ธรรมชาติที่รังสรรค์ ให้โลโฟเทนมีทัศนียภาพงดงามราวกับเมืองในเทพนิยาย

หมู่เกาะโลโฟเทน มีทุกอย่างที่คุณ ต้องการในที่เดียวไม่ว่าจะเป็นทะเล หาดทราย หมู่บ้านประมงดั้งเดิม ภูเขา ทุ่งหญ้าสะวันน่า แสงเหนือ ฯลฯ และนี่คือไฮไลท์ที่เที่ยวที่ควรมาสัมผัส เมื่อมาเยือนหมู่เกาะที่สวยที่สุดในโลก แห่งนี้

แหล่งที่มา ktc

ตึกเอ็มไพร์สเตต (Empire State Tower)

 

ตึกเอ็มไพร์สเตต เป็นหนึ่งในอาคารระฟ้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา บริเวณจุดตัดของถนน Fifth Avenue และ West 34 Streetนับเป็นอาคารหลังแรกของโลกที่มีความสูงมากกว่า 100 ชั้น ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกัน วิลเลียมเฟรเดอริกแลมบ์ (William Frederick Lamb)

ก่อสร้างโดย บริษัท สตาร์เร็ตต์บราเธอร์แอนด์ เอเกน จำกัด (Starrett Brothers &Eken, Inc.) เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929)แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931) ตัวอาคารสร้างขึ้นจากคอนกรีตเสริมเหล็กคุณภาพสูง มีความสูงทั้งสิ้น 102 ชั้น มีหน้าต่างทั้งสิ้น 6,500 บาน ตึกสูงจากพื้นดิน 381 เมตร (1,250 ฟุต) ตกแต่งด้วยศิลปะแบบ อลังการศิลป์ (Art Deco)ที่นิยมในสมัยนั้น มีเนื้อที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 257,211 ตารางเมตร ทางบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างรับประกันความทนทานนานถึง 5,000 ปี

ชื่อตึกหลังนี้ได้มาจากชื่อเล่นของนครนิวยอร์ก คือ “เอ็มไพร์สเตต” ( และอีกชื่อของนิวยอร์ก คือ “บิ๊กแอ๊ปเปิ้ล”

หลังจากก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2474 (ค.ศ.1931) ตึกเอ็ม-ไพร์สเตตได้รับตำแหน่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกนานกว่า 40 ปี ด้วยความสูง 381 เมตร แต่ได้มีการต่อเติมเสาอากาศเพิ่มขึ้นไปอีกเป็น 448.7 เมตร ในปี 1954 จนกระทั่งตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์สร้างเสร็จในปี 1972 (พ.ศ. 2515) ได้ทำลายสถิติลงด้วยความสูง 417 เมตร (ไม่นับความสูงของเสาอากาศ)และนับจากเหตุการณ์การก่อวินาศกรรมเมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544) ปัจจุบันตึกเอ็ม-ไพร์สเตตได้กลับมาเป็นอาคารที่สูงที่สุดในนครนิวยอร์กอีกครั้ง โดยเป็นอาคารที่สูงเป็นอันดับที่ 20 ของโลก และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุด(รวมเสาอากาศ)อันดับที่ 16 ของโลกปัจจุบันสามารถเข้าเยี่ยมชมภายในอาคารได้

อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน เมื่อ เวลา 09.40 นาที ในวันเสาร์ที่ 11กันยายน พ.ศ. 2488 (ค.ศ.1945) เครื่องบินทิ้งระเบิด B – 25 Mitchell ที่มีผู้ขับคือ พันโท วิลเลียมแฟรงคลินสมิธ (William Franklin Smith)เกิดทัศนวิสัยขัดข้องเนื่องจากหมอกหนา จึงได้เกิดประสบอุบัติเหตุพุ่งเข้าชน

ตึก-เอ็มไพร์สเตต ตรงทิศเหนือของตัวอาคาร ระหว่างชั้นที่ 79 และ ชั้นที่ 80 ในส่วนนี้คือที่ทำการของ สำนักงานของคณะกรรมการสวัสดิการคาทอลิกแห่งชาติ ไฟได้โหมไหม้อย่างรวดเร็ว ทำให้ลิฟต์ในอาคารเสียหาย และไฟฟ้าในตัวอาคารดับนานถึง 40 นาที มีผู้เสียชีวิต 14 คนแม้ว่าจะเกิดความเสียหายกับตัวอาคาร แต่ไม่ได้มีผลกระทบต่อโครงสร้างที่แข็งแรงของอาคารเลยสักนิด

ตึก-เอ็มไพร์สเตตกลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมสมัยใหม่ เช่น จากภาพยนตร์ นวนิยาย ที่มักจะกล่าวถึงตึกเอ็ม-ไพร์สเตตเสมอๆ ตัวอย่าง เช่น ในภาพยนตร์”คิงคอง” ลิงกอริลล่าขนาดใหญ่ ได้ทำลายล้างเมืองนิวยอร์กและปีนขึ้นสู่ยอดอาคารเอ็มไพร์สเตต หรือ ในวรรณกรรมเยาวชนชุด “เพอร์ซี แจ็คสัน” ได้กล่าวถึงอาคารหลังนี้ว่าบนยอดตึก-เอ็มไพร์สเตตจะเป็นสถานที่ๆเชื่อมต่อกับทวยเทพบนพระราชวังโอลิมปัส

แหล่งที่มา cs.udru

เมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้ง ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้ง เมืองโบราณแห่งสยามประเทศ แหล่งรวบรวมสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ในประเทศไทยจัดแสดงไว้อย่างมีชีวิตชีวาบนพื้นที่กว่า 800 ไร่

ที่เมืองโบราณ ถือเป็นต้นเเบบเเนวคิดของการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ผ่านการสร้างระบบการจัดการอันมีคุณภาพ การจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม และการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง จนบรรลุเป้าหมายเเละกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้คนทุกเชื้อชาติ ทุกวัย ในทุกๆ ยุคสมัย

เมืองโบราณ ณ จังหวัดสมุทรปราการ ยังเป็นอีกหนึ่งแหล่งการเรียนรู้ผ่านการท่องเที่ยว ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาไปสู่แหล่งท่องเที่ยวเเบบยั่งยืนอันสมบูรณ์เเบบต่อไป

เรามีความตั้งใจในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้แห่งนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในเรื่องของสภาพสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ผ่านเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งที่มีความต้องการให้ทุกคนได้รู้ถึงคุณค่าและเข้าใจถึงความเป็นมาของสังคมไทย ในส่วนการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ก็ได้มีการคำนึงถึงการสร้างงาน การกระจายรายได้ และการมีส่วนร่วมของชุมชนอีกด้วย

นอกจากนี้ เรายังเห็นถึงความสำคัญของการจัดการสภาพแวดล้อม ให้ใกล้เคียงกับสภาพของบ้านเมืองในอดีต ที่มีผืนป่าไม้อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธิ์ไร้มลพิษ ซึ่งอันที่จริงเเล้วนั้น พื้นที่รอบเมืองโบราณในปัจจุบันนั้นถูกรายล้อมไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรม เป็นเขตชุมชนที่มีการจราจรคับคั่ง ส่งผลให้เกิดสภาวะมลพิษ เช่นเดียวกับเมืองอุตสาหกรรมอื่นทั่วประเทศไทย ที่สภาวะดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้แหล่งท่องเที่ยวบริเวณนั้นมีความล่าช้าในส่วนของการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน เเต่ทางเราก็ได้พยายามอนุรักษณ์พื้นที่เมืองโบราณอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ผู้เข้าเยี่ยมชม ได้เห็นถึงความดีงามอันควรที่จะเป็นในอดีต

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการพัฒนาแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ คือ “ความมีคุณค่า” และคุณค่าของเมืองโบราณมิได้อยู่ที่การเป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเพื่อพักผ่อนสนุกสนานแล้วก็กลับไปโดยไม่ได้อะไร แต่คุณค่าในสถานที่แห่งนี้นั้นจะบรรลุเป้าหมาย เมื่อผู้มาเยือนสามารถเข้าใจในสิ่งที่ผู้ก่อตั้งต้องการที่จะถ่ายทอด มองเห็นถึงความสำคัญ และช่วยกันสนับสนุนให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างยั่งยืนสืบต่อไป

แหล่งที่มา travel.kapook

ซาฮาร่าแห่ง เวียดนามใต้ ‘ ทะเลทรายมุยเน่ ‘

มุยเน่ เมืองตากอากาศริมทะเลสุดฮิตในเวียดนามใต้ โดยสภาพอากาศส่วนจะมีอุณหถูมิอยู่ที่ประมาณ 25-33 องศา และเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของแหล่งท่องเที่ยวที่มุยเน่กันมาบ้างแล้ว แต่ที่ฮิตกันสุดๆ ที่ต้องไปกันให้ได้เลย ก็คือ ทะเลทรายมุยเน่ ถือว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยก็ว่าได้

มุยเน่ เป็นเมืองตากอากาศชายทะเลอยู่ในจังหวัดบิ่ญถ่วน ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้ๆกับฟานเทียต ซึ่งเป็นเมืองหลักของจังหวัด การท่องเที่ยวของเวียดนามได้เปลี่ยนมุยเน่ ให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการตากอากาศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538

หลังจากที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาที่นี่เพื่อชมสุริยุปราคา ในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2538 มุยเน่มีสถานพักตากอากาศ ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม และบาร์จำนวนมากริมชายหาด และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ร้านอาหารและบ้านพักตากอากาศหลายแห่งมีเจ้าของเป็นชาวรัสเซีย

ชายหาดของมุยเน่ เป็นหาดเขตร้อนแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์เวียดนามกัน ลมทะเลที่พัดแรงทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมมากในการเล่นไคต์เซิร์ฟ (ว่าวโต้คลื่น) และวินด์เซิร์ฟ ฤดูท่องเที่ยวเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม

อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส สภาพภูมิอากาศร้อนและแห้งเกือบตลอดทั้งปี และในส่วนของ ท่าเรือมุยเน่ ก็จะมีบริเวณจุดชมวิว ทุกท่านจะได้พบกับเรือกระด้งหรือเรือประมงของชาวเวียดนามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะนับร้อยๆลำสุดลูกหูลูกตาให้ท่านได้ถ่ายถาพที่สวยงาม

และด้วยความที่เมืองมุยเน่มีภูมิประเทศที่โดดเด่น เพราะตั้งอยู่ริมฝั่งทะเล เราจึงได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติเกิดขึ้นในเมืองแห่งนี้มากมาย ซึ่งที่กำลังโด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งมีเฉดสีที่แตกต่างกันมากถึง 18 สี โดยทะเลทรายที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ “เนินทรายสีแดง” และ “เนินทรายสีขาว”…