เที่ยวตุรกี เมือง คัปปาโดเจีย ชมวิวสุดโรแมนติก

การท่อง เที่ยวตรุกี เป็นอีกหนึ่งประเทศในฝันของนักท่องเที่ยวหลายๆคนเลยก็ว่าได้ เพราะมีธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมายเต้มไปหมด

และมีอีกสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้ หากได้มาเยือนประเทศตรุกี ก็คือการได้นั่งบอลลูนยักษ์ สีสันสดใส ลอยขึ้นไปชมวิวมุมสูงแบบ Bird’s-eye view และชมทัศนียภาพที่สวยงามของแคว้น คัปปาโดเกีย กันแบบชิลๆ

เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia
เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของอานาโตเลีย ในบริเวณตอนกลางของตุรกี เป็นดินแดนที่มีความสำคัญมาก และยังเป็นแหล่งอารยธรรมที่มีมาแต่สมัยโบราณ

เนื่องจากว่าที่แห่งนี้ ได้ตั้งอยู่ในภูมิภาคตั้งแต่ภูเขาทอรัสไปจนถึงบริเวณทะเลดำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางของการค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ทอดยาวจากตุรกีไปจนถึงประเทศจีน

เมื่อไได้มีโอกาสมาเที่ยวตุรกีแล้ว ก็ต้องแวะ เยือนแคว้นคัปปาโดเกีย นั่นก็คือ “การขึ้นบอลลูน” นั่นเอง ชมความงดงามของทัศนียภาพ

เมื่อมองจากบนบอลลูนที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนนี้ สามารถเริ่มต้นได้ที่เมืองเกอเรเม เมืองที่เปรียบเสมือนเป็นศูนย์กลางของแหล่งหินรูปร่างแปลกตามากมาย

ที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของคัปปาโดเกีย และเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน รวมถึงเป็นสถานที่สำคัญของคริสต์ศาสนา…

เมืองฝรั่งเศส แต่ไม่ใช่ประเทศฝรั่งเศส แต่มันคือประเทศเวียดนาม

บานา ฮิลล์ Ba Na Hills ดานัง เมืองฝรั่งเศสในเวียดนาม บานาฮิลล์ เป็น โรงแรม บนยอดเขา อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง ประมาณ 40-50 นาที ส่วนประวัติความเป็นมาของ ภูเขาบานา

เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่พักตากอากาศมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยที่ด้านบนเป็นบ้านพักและโรงแรมของชาวฝรั่งเศส

ในยุคสมัยเป็นเจ้าอาณานิคมตั้งแต่ปี 1919 แต่ภายหลังสงคราม ชาวฝรั่งเศสได้พ่ายแพ้และต้องกลับประเทศไป บานาฮิลล์ถูกทิ้งให้รกร้างอยู่นานนับหลายปี

จนกระทั่งถูกกลับมาบูรณะเป็นเมือง สำหรับการท่องเที่ยวอีกครั้ง ในช่วงปี 2009 ซึ่งมีการสร้างกระเช้าลอยฟ้า 5,801 เมตร

ที่ใช้เวลาถึง 50 นาที ในการนั่งกระเช้าจากด้านล่างขึ้นไปด้านบน และมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเคเบิลคาร์ช่วงแรกที่มีมูลค่าราวๆ 17.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

บานา ฮิลล์

และช่วงที่สร้างต่อเพิ่มไปถึงยอดเขา มีมูลค่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทั้งนี้ บานาฮิลล์ ถูกสร้างขึ้นตามมาตรฐานของชาวยุโรป โดยบริษัทที่มีชื่อเสียงจากประเทศออสเตรเลีย เครื่องมือและเครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป

ตลอดเส้นทางประกอบไปด้วยเสา 24 ต้น มีทั้งหมด 94 เคบิน กระเช้ามีทั้งแบบเปิดโล่งโอเพ่นแอร์กับแบบห้องกระจก แต่ละเคบินบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน ภายในหนึ่งชั่วโมงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500 คน…

ตามรอย กลิ่นกาสะลอง บ้านพักสไตล์ล้านนา สีมันตรารีสอร์ท

สีมันตรารีสอร์ท อดีตเป็นบ้านพักนายไปรษณีย์หลังแรในมณฑลพายัพ ถูกสร้างเมื่อปี พุธศักราช 2453 เดิมทีตั้งอยู่ที่ทำการไปรษณีย์​แม่ปิง ทางตระกูลสีมันตรา

ได้ประมูลบ้านหลังนี้ไว้ แล้วได้ย้ายมาที่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ช่วงปี พ.ศ. 2549 โดยยังคงรูปแบบตัวบ้านไว้ ปรับเปลี่ยนเพียงแค่แบบหลังคาให้สวยงามเป็นทรงล้านนา

ปัจจุบันที่นี่ ได้เป็นทั้งบ้านพักสไตล์ล้านนา และ คาเฟ่กึ่งๆพิพิธภัณฑ์ สำหรับบ้านพักมี 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พักได้สูงสุดถึง 12 คน ด้านในมีเครื่องนอนหมอนมุ้ง เครื่องทำน้ำอุ่น พร้อมอุปกรณ์ครัวครบครัน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่เข้าพัก ทางรีสอร์ทก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมบ้านได้ฟรี รวมถึงยังมีอาหารพื้นเมืองและเครื่องดื่มจำหน่ายด้วย ราคาไม่แพง

ไม่ว่าจะเป็น กาแฟโบราณ, เครื่องดื่มสมุนไพร, น้ำพริกอ่อง, แคปหมู, แกงฮังเล, แกงหอย, ลาบไก่เมือง หรืออยากลองขนมไทย เค้าก็มีจัดไว้เป็นเซ็ต เช่น ตะโก้ ขนนชั้น ขนมหน้าไหม้ เป็นต้น ซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนไปมา เพื่อไม่ให้ซ้ำกันในแต่ละวัน เพื่อให้คนที่มาเที่ยวได้ชิมขนมที่หลากหลายจากแม่บ้านในชมุชน

ส่วนใครจะตามรอยละคร กลิ่นกาสะลอง ที่ สีมันตรารีสอร์ท ก็มีชุดพื้นเมืองงาม ๆ ให้เช่าใส่ถ่ายรูปกัน เพียงแค่ชุดละ 50 บาท เท่านััน เดินชม ถ่ายรูปเก็บเป็นถาพที่ระลึกได้

 

ที่เที่ยวบรรยากาศดี ฟิวอย่างกับอยู่นอก สวนป่าดอยบ่อหลวง จ.เชียงใหม่

สวนป่าดอยบ่อหลวง บริหารงานภายใต้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,150 เมตร

 สวนป่าดอยบ่อหลวง

ทำให้มีอากาศที่เย็นสบายสดชื่นตลอดทั้งปี พื้นที่โดยรอบ เต็มไปด้วยต้นสนสามใบสูงชะลูดเรียงกันเป็นทิวแถวสวยงาม ได้ฟิลเหมือนกับอยู่เมืองนอกจริง ๆ

ซึ่งสำหรับสถานที่นี้ นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว และจุดถ่ายรูปสวย ๆ แล้ว ยังมีบ้านพักอีกหลากหลายแบบของทางองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ มีไว้ให้บริการ

และพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน แอร์ ผ้าเช็ดตัว สบู่ แชมพู กาน้ำร้อน น้ำดื่ม

รวมไปถึง มีลานสนแคมป์ปิ้ง ลานกางเต็นท์อีกจำนวน 3 ลาน ห่างจากโซนบ้านพัก 500 เมตร แต่ต้องเตรียมเต็นท์กับอุปกรณ์เครื่องนอนต่าง ๆ มาเอง

และจะมีค่าบำรุงสถานที่ คนละ 100 บาท มีห้องน้ำแยกชาย-หญิง ห้องอาบน้ำ และจุดล้างภาชนะ

สำหรับอาหารมื้อเย็น สามารถสั่งชุดหมูกระทะมานั่งทานได้ ราคาชุดละ 249 บาท ส่วนมื้อเช้าจะเป็นข้าวต้ม ขนมปัง ไข่ลวก กาแฟ และผลไม้ ราคาหัวละ 100 บาท…

เกาะขาม (Koh Kham) มรกตแห่งทะเลตราด

เกาะขาม เป็นเกาะสวรรค์อีกเกาะหนึ่ง หากถ้าพูดถึงเกาะสวยๆ น้ำใสๆ หลายๆคนคงคิดไปถึงทะเลฝั่งอันดามันในช่วงภาคใต้ของประเทศไทย

แต่หากเป็นคนที่มีเวลาน้อยและอยากเที่ยวทะเลสวยๆ เที่ยวเกาะที่น้ำทะเลใสๆ แบบไม่แพ้ฝั่งอันดามันเลย เรามีเกาะสวยๆในฝั่งอ่าวไทยมาแนะนำให้รู้จักเช่นกัน นั่นก็คือ เกาะขาม

เกาะขาม เป็นเกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเกาะหมาก เป็นดั่งเกาะบริวารของเกาะหมากแห่งท้องทะเลจังหวัดตราด

เกาะหมากหลายๆ คนอาจจะเคยรู้จักและได้ยินกันมาบ้างแล้ว แต่หากพูดถึงเกาะขามจังหวัดตราดเชื่อว่าหลายคนคงทำหน้าสงสัย

เพราะเกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่ยังไม่มีผู้คนรู้จักกันมากเท่าไหร่นัก แต่ความงดงามของที่นี่นั้น ควรค่าแก่การไปเห็นด้วยตาตนเองสักครั้งจริงๆ

น้ำทะเลบริเวณเกาะขามนี้ใสแจ๋ว มองเห็นพื้นด้านล่างได้ด้วยตาเปล่าในวันที่แดดออก น้ำทะเลสีฟ้าใส เหมือนดั่งเช่นทะเลอันดามันไม่ต่างกันเลย บอกเลยว่าใสมากจริงๆ

หาดทรายสีขาวเม็ดละเอียดเดินเล่นได้อย่างนุ่มเท้าจริงๆ และที่สำคัญที่นี่เป็นเกาะเล็กๆ ที่เงียบสงบ ไม่มีที่พักบนเกาะ ผู้คนไม่พลุกพล่าน จะถ่ายรูปมุมไหนก็ได้ดั่งใจไม่ติดผู้คนให้เสียอารมณ์…

เที่ยวล่องเรือ ชมอารยธรรม ไทย-พม่า ห้วยปลากอง อ.แม่ระมาด จ.ตาก

ห้วยปลากอง สถานที่ท่องเที่ยวอารยธรรมสองประเทศ ไทยพม่า สายน้ำเขียวมรกต
นั่งเรือชมความงดงาม

หินงอกหินย้อยน้ำหยดทะลุผ่านฝาผนังถ้ำ หน้าผา เจดีย์ บ่อน้ำร้อน

ห้วยปลากอง

ห้วยปลากอง อยู่ในลำแม่น้ำเมย ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่หมู่บ้านห้วยปลากอง หมู่ที่ 12 ตำบลขะเนจื้อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

ติดกับเขตแดนไทย– เมียนมา ห่างจากอำเภอแม่ระมาด ถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ไปทางอำเภอท่าสองยาง ประมาณ 15 กิโลเมตร

และเข้าไปยังห้วยปลากองหรือหมู่บ้านห้วยปลากอง ประมาณ กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนลูกรัง

นายเทวัญ ไพศาลธรรมโชติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขะเนจื้อ เปิดเผยว่า ห้วยปลากองเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีความสมรูณ์ทางธรรมชาติ

และก็มีความหลากหลากหลายทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นถ้ำเจ้าพ่อโมกละ รอยพระพุทธบาทลอยฟ้า

สานไม้กลายเป็นหิน ต้นสนท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม ฝั่งแม่น้ำเมย

ที่มีสีเขียวมรกตรวมทั้งมีบ่อน้ำร้อนที่ผุดขึ้นกลางหาดทรายแก้วซึ่ง ปีพบและสัมผัสได้ครั้งเดียวคือช่วงแม่น้ำเมยล

บริเวณคุ้งน้ำ หน้าถ้ำเจ้าพ่อโมกละชาวบ้าน ฝั่งจึงจัดให้มีบริการล่องเรือยนต์ชมความงาม 2ฝั่งเมย ในช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม ก่อให้เกิดรายได้ให้กับประชาชนหลังจากฤดูกาลเก็บเกี่ยว

นายเทวัญ กล่าวอีกว่า บ้านห้วยปลากองเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยง และ มีพื้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำเมย  โดยมีสะพานไม้เล็กๆ ที่เชื่อมระหว่างฝั่งประเทศไทย

นอกจากจะสามารถข้ามไปเที่ยวที่ประเทศเมียนมาได้แล้ว ยังสามารถทำกิจกรรมล่องเรือ ล่องแพ และเล่นน้ำได้อีกด้วย ซึ่งการท่องเที่ยวของที่บ้านห้วยปลากองนั้น

เป็นความร่วมมือระหว่างสองฝั่งประเทศที่มี การบริหารจัดการร่วมกัน ทั้งเรื่องสถานที่ เรื่องเรือ และกิจกรรมต่างๆ

สำหรับการล่องแก่งพระเจ้า จะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ด้วยเรือหางยาว ผ่านไปยังแก่งม้าวิ่ง มีภูมิประเทศริมฝั่งแม่น้ำเมยสวยงามมาก

ประกอบด้วยหินงอกหินย้อย นำหยดทะลุผ่านผนังถ้ำและหน้าผา บริเวณเส้นทางล่องเรือ มีรอยพระพุทธบาทจำลอง, เจดีย์ ,บ่อน้ำร้อน และ ถ้ำโมกขละ ที่สวยงาม

ค่าใช้จ่ายการล่องเรือขณะนี้ เรือ 1ลำ ต่อหนึ่งเที่ยว 200 บาทต่อ 10 คน ถ้าหากนักท่องเที่ยวสนใจชมความสวยงามและสัมผัสห้วยปลากองที่มีสายน้ำสีเขียวมรกต

ติดสอบถามรายละเอียดได้ หมายเลขโทรศัพท์ 055-508-766 หรือติดต่อสอบถาม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก หมายเลขโทรศัพท์ 055 -514- 341-3…

จิบชา ถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ไร่ชาฉุยฟง จังหวัดเชียงราย

นอกเหนือจาก จังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย อย่าง วัดร่องขุ่น บ้านดำ ดอยตุง แล้ว แต่ที่นี่คงยังเป็นอีกจังหวัดหนึ่ง ที่มีการทำไร่ชาตามแนวภูเขา ไร่ชาฉุยฟง

และแน่นอนว่าที่ตรงนี้เอง ทำให้ได้เห็นถึงวิวภูเขาสูงรายล้อมไร่ชาสีเขียวเป็นแนวยาว และยังมีท้องฟ้าสีคราม เป็นภาพประกอบโดยรวมที่สมบูณร์ทำเอานักท่องเที่ยวติดใจหลายต่อหลายคนเชียว และที่สุดก็ทำให้ไร่ชากลายเป็นที่เที่ยวอีกแห่ง ของจังหวัดเชียงราย

ไร่ชาฉุยฟง ตั้งอยู่ที่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งปลูกชาชั้นดีของ บริษัท ฉุยฟงที จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตใบชารายใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงราย มานานมากว่า 40 ปีแล้ว แน่นอนว่าใครอยากได้ชิมชาคุณภาพดี ก็ต้องแนะนำให้มาที่นี่เลย

และกิจกรรมอีกอย่าง ที่นักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ ชื่นชอบและติดใจกัน ก็คือ การลงไปถ่ายรูปสวยๆ กับไร่ชา นอกจากไร่ชา ท่ามกลางภูเขา และท้องฟ้าสีครามแล้ว

ที่นี่ยังมีคาเฟ่เล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อนเสพบรรยากาศ และอร่อยกับเค้ก พร้อมนั่งจิบชาชมวิวในบรรยากาศดีๆ อีกด้วย…

ทรายดำ หาดนางทอง เขาหลักจังหวัดพังงา

” ชายหาดสีดำ ” สถานที่แบบนี้มั่นใจว่าหลายๆคนบางครั้งก็อาจจะเคยได้เห็นจากต่างประเทศกันมาบ้างแล้ว แต่ว่าวันนี้เราจะพาทุกคนไปดูชายหาดสีดำที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกันบ้าง โดยพวกเราจะมุ่งตรงไปตามหาดทรายดำกันที่ เขาหลัก จังหวัดพังงา กับหาดทรายที่มีชื่อว่าหาดนางทอง

ชายหาดสีดำ

หาดนางทองนี้กล่าวได้ว่าได้รับความนิยมมากมายก่ายกองจากทั้งคนประเทศไทยรวมทั้งคนต่างชาติ เพราะว่ามีไฮไลท์สำคัญคือหาดทรายที่มีสำดสนิท ซึ่งสาเหตุที่หาดทรายบริเวณนี้เป็นสีดำก็เป็นเนื่องจากว่าการสั่งสมของแร่ดีบุกมาตั้งแต่ครั้งอดีต ซึ่งที่จังหวัดพังงาเองก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมการทำแร่ดีบุกมากที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้

ดังนั้นจึงส่งผลให้เกิดเป็นอันซีนจังหวัดพังงา หาดทรายสีดำแห่งงนี้ขึ้นมา
กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต้องห้ามพลาดถ้าหากคุณได้ได้มีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดพังงา นำเสนอว่าให้ลองมาที่นี่กันในข่วงเย็นๆแดดร่มลมตก ที่นี่จะสวยมากๆดวงอาทิตย์ค่อยๆลดระดับความเข้มของแสงลง จนกระทั่งกลายเป็นแสงสีทองที่สาดลงมายังหาดทรายสีนี้ เป็นภาพความสวยงามที่สะกดทุกสายตาจริงๆหาดทรายสีดำระยิบระยับถูกฉาบไปด้วยแสงตะวันสีทอง ไม่ว่าจะถ่ายรูปออกมามุมไหนก็มองงดงามไปเสียหมด

นอกจากนี้บริเวณหน้าหาดทรายนางทองยังสามารถมองไปเห็นประภาคารสัญลักษณ์ของเขาหลักได้อย่างงดงามอีกด้วย…

เที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน

กิ่วแม่ปาน อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตรง กม.ที่ 42 ของถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ ใกล้กับพระมหาธาตุ นภเมทนีดลและ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

เป็นเส้นทางเดิน ศึกษาธรรมชาติระยะสั้น เป็นวงรอบระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ที่ระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตร จาก ระดับน้ำทะเลถือ เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและ ทะเลหมอกที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง ของดอยอินททนท์

เส้นทางช่วงแรกผ่านเข้าไปในป่าดิบเขาซึ่งมี บรรยากาศร่มครึ้ม มีแสงแดดส่องลงมาเพียงรำไรตามพื้นป่าเต็มไปด้วย เฟินหลากหลายชนิด

มีมอสสีเขียวขึ้นคลุมตามโคนต้นไม้และบริเวณริมห้วยที่ชุมชื้น ทางจะเดินขึ้นเขาจนทะลุออก ยังทุ่งหญ้าโล่งกว้าง ของ สันกิ่วแม่ปานซึ่งมีแสง แดดจ้าและสายลมแรงมาถึงจุดชมวิวสูงสุด

ถัดจากจุดชมวิวไปจะเป็นทางเดิน เลียบไปตามสันเขาเลียบหน้าผา มีความกว้างประมาณ 1 เมตร ซึ่งจะสามารถเดินได้เพียงคนเดียว จึงเป็นที่มาของชื่อ “กิ่วแม่ปาน” ระหว่างทางจะมีต้นไม้ น้อยใหญ่ ให้ชมอย่างเพลิดเพลิน

พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ จังหวัดเชียงใหม่

พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รวบรวม งานศิลปะและประติมากรรม องค์พระพิฆเนศ ไว้ร่วม 2000 ชิ้น จัดแสดงให้ผู้ที่สนใจที่จะเรียนรู้ เทวะลักษณะ ศิลปะ ประวัติ และความเชื่อ ทางเทวะตำนาน ขององค์พระพิฆเนศ ได้เข้ามาเรียนรู้และทำความเข้าใจ ทั้งยังจัดแสดง เทวรูป ของเทพประจำศาสนาฮินดู พร้อมทั้งประวัติ และตำนาน อีกมากมาย แลกเปลี่ยนความรู้ ทัศนคติ การบูชา ในแบบที่พิพิธภัณฑ์ได้ศึกษามา และยังมีกิจกรรมสาธิตการประกอบพิธีบูชาองค์พระพิฆเนศ สำหรับผู้ที่สนใจ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 09.00 น.

ประเภทพิพิธภัณฑ์
วิถีชิวิต, วัฒนธรรม, ประเพณี, ภูมิปัญญา และ ศาสนา
วัตถุจัดแสดงที่มีความสำคัญ / สิ่งที่น่าสนใจ
-ประติมากรรม เทวรูปพระพิฆเนศ ร่วม 2000 ชิ้นงาน จากสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก
-ประติมากรรมเทวรูปเทพ ศาสนาฮินดู จากสถานที่ต่างๆ
-อาคารจัดแสดงชุด พิธีแต่งงานองค์พระพิฆเนศ เทวรูปจำลองสูงเท่าคนจริง จำนวน 21 องค์
-อาคารจัดแสดงชุดครอบครัวองค์พระพิฆเนศ
-มุมแต่งชุดอินเดีย สำหรับถ่ายรูป
-มุมของที่ระลึก