LOFOTEN ISLANDS โลโฟเทน ดินแดนแห่งเทพนิยาย

 

“โลโฟเทน” หมู่เกาะทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ดินแดนในเขต ขั้วโลกเหนือที่มีแลนด์สเคปงดงามตระการตา จุดหมายปลายทาง ในฝันของนักล่าแสงเหนือและนักถ่ายภาพทั่วโลก
หมู่เกาะโลโฟเทน ตั้งอยู่เขตมณฑล NORDLAND ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของนอร์เวย์ ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยมากมายหลายเกาะ โดยมีเกาะ ใหญ่หลัก ๆ ได้แก่ AUSTVAGOYA, GIMSOYA, VESTVAGOYA, FLAKSTADOYA และ MOSKENESOYA เชื่อมต่อกันด้วยถนนสาย E10 ภูมิประเทศเป็น ภูเขา หินแกรนิตสูงตระหง่านสลับเรียงรายริมทะเล มีผืนน้ำสีฟ้าคราม แซมด้วยบ้านชาวประมง (Rorbuer) สีแดง การเต้นระบำของแสงเหนือ บนท้องฟ้าในหน้าหนาว คือส่วนหนึ่งของมหัศจรรย์ธรรมชาติที่รังสรรค์ ให้โลโฟเทนมีทัศนียภาพงดงามราวกับเมืองในเทพนิยาย

หมู่เกาะโลโฟเทน มีทุกอย่างที่คุณ ต้องการในที่เดียวไม่ว่าจะเป็นทะเล หาดทราย หมู่บ้านประมงดั้งเดิม ภูเขา ทุ่งหญ้าสะวันน่า แสงเหนือ ฯลฯ และนี่คือไฮไลท์ที่เที่ยวที่ควรมาสัมผัส เมื่อมาเยือนหมู่เกาะที่สวยที่สุดในโลก แห่งนี้

แหล่งที่มา ktc

ตึกเอ็มไพร์สเตต (Empire State Tower)

 

ตึกเอ็มไพร์สเตต เป็นหนึ่งในอาคารระฟ้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา บริเวณจุดตัดของถนน Fifth Avenue และ West 34 Streetนับเป็นอาคารหลังแรกของโลกที่มีความสูงมากกว่า 100 ชั้น ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกัน วิลเลียมเฟรเดอริกแลมบ์ (William Frederick Lamb)

ก่อสร้างโดย บริษัท สตาร์เร็ตต์บราเธอร์แอนด์ เอเกน จำกัด (Starrett Brothers &Eken, Inc.) เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929)แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931) ตัวอาคารสร้างขึ้นจากคอนกรีตเสริมเหล็กคุณภาพสูง มีความสูงทั้งสิ้น 102 ชั้น มีหน้าต่างทั้งสิ้น 6,500 บาน ตึกสูงจากพื้นดิน 381 เมตร (1,250 ฟุต) ตกแต่งด้วยศิลปะแบบ อลังการศิลป์ (Art Deco)ที่นิยมในสมัยนั้น มีเนื้อที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 257,211 ตารางเมตร ทางบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างรับประกันความทนทานนานถึง 5,000 ปี

ชื่อตึกหลังนี้ได้มาจากชื่อเล่นของนครนิวยอร์ก คือ “เอ็มไพร์สเตต” ( และอีกชื่อของนิวยอร์ก คือ “บิ๊กแอ๊ปเปิ้ล”

หลังจากก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2474 (ค.ศ.1931) ตึกเอ็ม-ไพร์สเตตได้รับตำแหน่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกนานกว่า 40 ปี ด้วยความสูง 381 เมตร แต่ได้มีการต่อเติมเสาอากาศเพิ่มขึ้นไปอีกเป็น 448.7 เมตร ในปี 1954 จนกระทั่งตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์สร้างเสร็จในปี 1972 (พ.ศ. 2515) ได้ทำลายสถิติลงด้วยความสูง 417 เมตร (ไม่นับความสูงของเสาอากาศ)และนับจากเหตุการณ์การก่อวินาศกรรมเมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544) ปัจจุบันตึกเอ็ม-ไพร์สเตตได้กลับมาเป็นอาคารที่สูงที่สุดในนครนิวยอร์กอีกครั้ง โดยเป็นอาคารที่สูงเป็นอันดับที่ 20 ของโลก และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุด(รวมเสาอากาศ)อันดับที่ 16 ของโลกปัจจุบันสามารถเข้าเยี่ยมชมภายในอาคารได้

อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน เมื่อ เวลา 09.40 นาที ในวันเสาร์ที่ 11กันยายน พ.ศ. 2488 (ค.ศ.1945) เครื่องบินทิ้งระเบิด B – 25 Mitchell ที่มีผู้ขับคือ พันโท วิลเลียมแฟรงคลินสมิธ (William Franklin Smith)เกิดทัศนวิสัยขัดข้องเนื่องจากหมอกหนา จึงได้เกิดประสบอุบัติเหตุพุ่งเข้าชน

ตึก-เอ็มไพร์สเตต ตรงทิศเหนือของตัวอาคาร ระหว่างชั้นที่ 79 และ ชั้นที่ 80 ในส่วนนี้คือที่ทำการของ สำนักงานของคณะกรรมการสวัสดิการคาทอลิกแห่งชาติ ไฟได้โหมไหม้อย่างรวดเร็ว ทำให้ลิฟต์ในอาคารเสียหาย และไฟฟ้าในตัวอาคารดับนานถึง 40 นาที มีผู้เสียชีวิต 14 คนแม้ว่าจะเกิดความเสียหายกับตัวอาคาร แต่ไม่ได้มีผลกระทบต่อโครงสร้างที่แข็งแรงของอาคารเลยสักนิด

ตึก-เอ็มไพร์สเตตกลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมสมัยใหม่ เช่น จากภาพยนตร์ นวนิยาย ที่มักจะกล่าวถึงตึกเอ็ม-ไพร์สเตตเสมอๆ ตัวอย่าง เช่น ในภาพยนตร์”คิงคอง” ลิงกอริลล่าขนาดใหญ่ ได้ทำลายล้างเมืองนิวยอร์กและปีนขึ้นสู่ยอดอาคารเอ็มไพร์สเตต หรือ ในวรรณกรรมเยาวชนชุด “เพอร์ซี แจ็คสัน” ได้กล่าวถึงอาคารหลังนี้ว่าบนยอดตึก-เอ็มไพร์สเตตจะเป็นสถานที่ๆเชื่อมต่อกับทวยเทพบนพระราชวังโอลิมปัส

แหล่งที่มา cs.udru

เมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้ง ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้ง เมืองโบราณแห่งสยามประเทศ แหล่งรวบรวมสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ในประเทศไทยจัดแสดงไว้อย่างมีชีวิตชีวาบนพื้นที่กว่า 800 ไร่

ที่เมืองโบราณ ถือเป็นต้นเเบบเเนวคิดของการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ผ่านการสร้างระบบการจัดการอันมีคุณภาพ การจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม และการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง จนบรรลุเป้าหมายเเละกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้คนทุกเชื้อชาติ ทุกวัย ในทุกๆ ยุคสมัย

เมืองโบราณ ณ จังหวัดสมุทรปราการ ยังเป็นอีกหนึ่งแหล่งการเรียนรู้ผ่านการท่องเที่ยว ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาไปสู่แหล่งท่องเที่ยวเเบบยั่งยืนอันสมบูรณ์เเบบต่อไป

เรามีความตั้งใจในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้แห่งนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในเรื่องของสภาพสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ผ่านเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งที่มีความต้องการให้ทุกคนได้รู้ถึงคุณค่าและเข้าใจถึงความเป็นมาของสังคมไทย ในส่วนการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ก็ได้มีการคำนึงถึงการสร้างงาน การกระจายรายได้ และการมีส่วนร่วมของชุมชนอีกด้วย

นอกจากนี้ เรายังเห็นถึงความสำคัญของการจัดการสภาพแวดล้อม ให้ใกล้เคียงกับสภาพของบ้านเมืองในอดีต ที่มีผืนป่าไม้อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธิ์ไร้มลพิษ ซึ่งอันที่จริงเเล้วนั้น พื้นที่รอบเมืองโบราณในปัจจุบันนั้นถูกรายล้อมไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรม เป็นเขตชุมชนที่มีการจราจรคับคั่ง ส่งผลให้เกิดสภาวะมลพิษ เช่นเดียวกับเมืองอุตสาหกรรมอื่นทั่วประเทศไทย ที่สภาวะดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้แหล่งท่องเที่ยวบริเวณนั้นมีความล่าช้าในส่วนของการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน เเต่ทางเราก็ได้พยายามอนุรักษณ์พื้นที่เมืองโบราณอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ผู้เข้าเยี่ยมชม ได้เห็นถึงความดีงามอันควรที่จะเป็นในอดีต

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการพัฒนาแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ คือ “ความมีคุณค่า” และคุณค่าของเมืองโบราณมิได้อยู่ที่การเป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเพื่อพักผ่อนสนุกสนานแล้วก็กลับไปโดยไม่ได้อะไร แต่คุณค่าในสถานที่แห่งนี้นั้นจะบรรลุเป้าหมาย เมื่อผู้มาเยือนสามารถเข้าใจในสิ่งที่ผู้ก่อตั้งต้องการที่จะถ่ายทอด มองเห็นถึงความสำคัญ และช่วยกันสนับสนุนให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างยั่งยืนสืบต่อไป

แหล่งที่มา travel.kapook

ซาฮาร่าแห่ง เวียดนามใต้ ‘ ทะเลทรายมุยเน่ ‘

มุยเน่ เมืองตากอากาศริมทะเลสุดฮิตในเวียดนามใต้ โดยสภาพอากาศส่วนจะมีอุณหถูมิอยู่ที่ประมาณ 25-33 องศา และเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของแหล่งท่องเที่ยวที่มุยเน่กันมาบ้างแล้ว แต่ที่ฮิตกันสุดๆ ที่ต้องไปกันให้ได้เลย ก็คือ ทะเลทรายมุยเน่ ถือว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยก็ว่าได้

มุยเน่ เป็นเมืองตากอากาศชายทะเลอยู่ในจังหวัดบิ่ญถ่วน ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้ๆกับฟานเทียต ซึ่งเป็นเมืองหลักของจังหวัด การท่องเที่ยวของเวียดนามได้เปลี่ยนมุยเน่ ให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการตากอากาศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538

หลังจากที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาที่นี่เพื่อชมสุริยุปราคา ในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2538 มุยเน่มีสถานพักตากอากาศ ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม และบาร์จำนวนมากริมชายหาด และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ร้านอาหารและบ้านพักตากอากาศหลายแห่งมีเจ้าของเป็นชาวรัสเซีย

ชายหาดของมุยเน่ เป็นหาดเขตร้อนแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์เวียดนามกัน ลมทะเลที่พัดแรงทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมมากในการเล่นไคต์เซิร์ฟ (ว่าวโต้คลื่น) และวินด์เซิร์ฟ ฤดูท่องเที่ยวเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม

อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส สภาพภูมิอากาศร้อนและแห้งเกือบตลอดทั้งปี และในส่วนของ ท่าเรือมุยเน่ ก็จะมีบริเวณจุดชมวิว ทุกท่านจะได้พบกับเรือกระด้งหรือเรือประมงของชาวเวียดนามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะนับร้อยๆลำสุดลูกหูลูกตาให้ท่านได้ถ่ายถาพที่สวยงาม

และด้วยความที่เมืองมุยเน่มีภูมิประเทศที่โดดเด่น เพราะตั้งอยู่ริมฝั่งทะเล เราจึงได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติเกิดขึ้นในเมืองแห่งนี้มากมาย ซึ่งที่กำลังโด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งมีเฉดสีที่แตกต่างกันมากถึง 18 สี โดยทะเลทรายที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ “เนินทรายสีแดง” และ “เนินทรายสีขาว”…

Dalat เมืองหนาวสไตล์ฝรั่งเศส

เมืองดาลัท Dalat เป็นเมืองที่อยู่ทาง เวียดนามใต้ กลายเป็นเมืองที่มีสถานท่องเที่ยวต้นๆของเอเชียในขณะนี้ ในอดีตเคยเป็นเมืองตากอากาศของฝรั่งเศส เพราะมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ย 14-25 องศาเซลเซียส เนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่สูงจากระดับทะเล ราว 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล จึงทำให้มีอากาศหนาวเย็นสบายตลอดทั้งปี

ฝรั่งเศสจึงชื่นชอบอากาศจึงมาสร้างบ้านเรือนสำหรับพักตากอากาศ ปัจจุบันก็ยังคงเห็นบ้านในแบบสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสหลงเหลืออยู่ การเดินทางมาเมืองดาลัทนั้นให้เริ่มจากโฮจิมินห์ แล้วนั่งรถมาใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตรจากโฮจิมินห์ หรือ หากมีเวลาน้อยก็มีเครื่องบินภายในประเทศจากโฮจิมินห์ – ดาลัท ทุกวันคะ วันละ 1-2 เที่ยวบิน จากการที่ได้มาเที่ยวชมเมืองดาลัท นับว่าเป็นเมืองที่น่ารักทั้งในด้านสถาปัตยกรรม และ สภาพธรรมชาติ เป็นเมืองในหุบเขาหากมีโอกาสมาเที่ยวที่ดาลัทควรมีเวลาอย่างน้อยสัก 2 คืนกำลังดี

แหล่งท่องเที่ยวในเมืองดาลัท เช่น
– สวนดอกไม้ Flower Park
– นั่งกระเช้าไฟฟ้า ชม เมืองดาลัท
– วัดตั๊กลัม
– ทะเลสาบเตวียนลัม
– โบสถ์โมนัยเนเดอ มารี
– หุบเขาแห่งความรัก
– นั่งรถรูท ชมน้ำตกดาตันลา Datanla Falls
– ตลาดเช้าเมืองดาลัท
– สถานีรถไฟเมืองดาลัท
– พระราชวังฤดูร้อนจักรพรรดิบ๋าวได๋
– บ้านตุ๊กตา Crazy House